วิถีใหม่

posted on 13 Mar 2008 01:17 by whitewizard

   เนื่องจากตัวกระผมเองได้ยืมหนังสือนาม  'ศิลปาการแห่งกาพย์กลอน' มาทัศนา ซึ่งเป็นผลงานของท่าน นายผี หรือ ท่านอัศนี พลจันทร์  นั่นเอง (แต่ในหนังสือเล่มนี้เขาใช้นามปากกว่า ศรีอินทรายุทธ) ซึ่งเป็นหนังสือที่จักกล่าวให้ตรงๆก็คือ ท่านนายผีต้องการสื่อแก่เราว่า ร้อยกรองคืออะไร คนเขียนร้อยกรองนั้นควรจักเป็นเช่นไร มีคุณสมบัติอย่างไร  และอะไรถึงควรค่าคู่ควรแก่การเป็น กวี ท่านไม่สามารถหวังกลวิธีวิเศษต่างๆในการประพันธ์มากมายได้ในหนังสือเล่มนี้  แต่ท่านจักได้ทราบถึงนิยามหรือทัศนะของคนเขียนร้อยกรองของผู้เขียนว่าควรเป็นเช่นไร ซึ่งก็เป็นสิ่งเบื้องต้นที่คนเขียนร้อยกรองควรรับรู้และพิจารณาใคร่ครวญ.

   จากที่ตัวกระผมได้ทัศนามามีทัศนะในย่อหน้าหนึ่งที่ ท่านนายผี กล่าวถึงรูปแบบของบทประพันธ์ ซึ่งเป็นส่วนที่น่าสนใจ จึงขอคัดมาให้ได้ทัศนากันน่ะจ้า

   'แบบวิธีการเขียนกาพย์กลอนนี้  แต่ก่อนเราได้มีอยู่อย่างจำกัด,เช่นเดียวกับทำนองเพลงแบบฉบับของไทยเรา ซึ่งไม่สู้จะมีผู้คิดแต่งทำนองใหม่เพิ่มเติม. กวีผู้รู้จริงย่อมไม่ถือแบบวิธีเหล่านี้เป็นตาบู,หากมีแต่จะคิดแต่งแบบวิธีใหม่ๆขึ้นมาอยู่เสมอ เช่น น.ม.ส. เป็นต้น แต่เนื่องจากกวีผู้รู้จริงๆของเรารวมทั้งโอกาสยังมีน้อย และอิทธิพลของ ''สิ่งศักดิ์สิทธิ์'' ทั้งหลายยังมีมาก, ฉะนั้น เราจึงไม่สู้จะมีแบบวิธีใหม่ๆขึ้นมารับใช้เนื้อซึ่งเป็นของใหม่ๆ เพราะได้สท้อนชีวิตใหม่ๆอยู่เสมอ นี่คืออุปสรรคที่สำคัญของการขยายตัวของกาพย์กลอนส่วนหนึ่งของเรา แบบวิธีเก่าๆทั้งหลายนั้นกลายเป็นเครื่องผูกมัดกวีและนักกลอนไปอย่างน่าอนาถ.'

  จักเห็นได้ว่า ท่านนายผี ได้รู้สึกถึงใยแมงมุมขนาดยักษ์นามว่าฉันทลักษณ์โบราณที่กวีรุ่นก่อนๆ รังสรรค์ไว้อย่างประณีตวิจิตร  ดักจับใจชนได้มากมาย แต่ลูกหลานผู้ศรัทธาในร้อยกรองต่อมาก็ติดกับใยนี้อย่างเหนียวแน่น และการดิ้นรนก็ใช่ว่าจักง่ายดาย  ผู้ที่ยึดในรูปแบบดั้งเดิมจนถึงกับเทิดทูนเป็นสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ ก็ล้อมกรอบป้องกันอย่างเหนียวแน่น  อีกทั้งผู้ที่ต้องการจักแหกกรอบออกไปก็ยังขาดความรู้ที่จักสร้างของดีจริงๆ ขึ้นมาได้  ยุคสมัยก็ผ่านไป แต่เรายังติดอยู่จุดเดิม.

  ในความคิดกระผมความงามของ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน นั้นเป็นอมตะน่ะจ้า  เพียงแต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปแต่ละสิ่งต้องมีการพัฒนาขึ้น แต่สิ่งนั้นยังคงแก่นเดิมเอาไว้   เราเพียงเปลี่ยน 'โฉม' มันเท่านั้น ใบหน้าของทุกสิ่งทุกอย่างในยุคสมัยก็แปลงโฉมมันมาเยอะ  โทรศัพท์บ้าน ไปสู่ โทรศัพท์มือถือ ซึ่งทำให้มันเหมาะสมกับยุคสมัยขึ้นแต่แก่นแท้คือการสื่อสารมันก็ยังคงเดิม  มี Playstation 1 ก็มี  Playstation 2 เพื่อปรับภาพรายละเอียดต่างๆให้ดีขึ้นทันสมัยขึ้นแต่แก่นแท้มันคือให้ความบันเทิงแก่ผู้เล่นก็ยังเหมือนเดิม  (อย่าถือสาการยกตัวอย่างของผู้เขียนคนนี้เลยจ้า)  แล้ว'โฉม'ใหม่ของวงการร้อยกรองเล่า ต่อไปคืออะไร?  OoO ฉันทลักษณ์รูปแบบใหม่?  กลอน-กาพย์ในรูปแบบใหม่?  การนำเสนอโคลงในรูปแบบใหม่โดยใช้สื่อสมัยนี้?  หรือการชุบชีวิตร่ายขึ้นมาดัดแปลง? ไม่ว่ามันจักเป็นอะไรขอให้มันนำใจชนกลับมาครองได้ เหมือนอย่างเมื่ออดีตเคยทำมาแล้ว  แล้วขอให้คนเขียนร้อยกรองทุกท่านค้นหาวิถีใหม่พบด้วยน่ะจ้า  ไม่แน่ว่าในบ้านเราอาจมีเขาหรือเธอกำลังถางทางสายเล็กๆซึ่งอาจจักเป็นสายหลักในวงการร้อยกรองอยู่ก็เป็นได้  คงมีแต่กาลเวลาเท่านั้นที่จักเฉลยสิ่งนั้นออกมา.

   ช่วงสุดท้ายนี้ขอยกย่อหน้าเด็ดๆของหนังสือเล่มนี้มาให้ยลกันน่ะจ้า 

   'สิ่งที่กวีจะใช้ในเปลี่ยนแปลงโลกนั้นก็คือ  กาพย์อันเขารจนาขึ้นด้วยศิลปะอันวิจิตร. เขาจะต้องใช้ กาพยายุทธ ของเขาฟาดฟันพันธนาการที่จะรั้งโลกให้ถอยหลังไม่ให้ก้าวหน้าไป ; แล้วแลจะต้องใช้ กาพยายุทธ นี้ถางทางไปเบื้องหน้า. กวีจะต้องเป็นนักรบที่ยืนอยู่หน้าการเคลื่อนไหวทั้งปวง. อุดมการณ์ของกวีเป็นอุดมกาณ์อันสูงส่ง ภารกิจของกวีเป็นภารกิจอันมีเกียรติ อาวุธของกวีเป็นอาวุธอันคมกล้า. กวีต่างกับนักกลอนธรรมดาก็ตรงนี้.'

 *กาพย์ในที่นี้ของท่านนายผีหมายถึง ร้อยกรอง จ้า

มี กาพยายุทธ ด้วย  น่าคารวะยิ่งนัก  ขอตัวไปเล่นซ่อนตาดำก่อนล่ะเด้อ.

edit @ 13 Mar 2008 02:24:57 by พ่อมดขาว

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

น่าคิดครับ

surprised smile
เขียนได้ดีสหาย

ขอบคุณยิ่งที่นำมาให้ยลbig smile

#2 By มดส้มจ่อย on 2008-03-13 22:00

เพียงแต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปแต่ละสิ่งต้องมีการพัฒนาขึ้น แต่สิ่งนั้นยังคงแก่นเดิมเอาไว้ เราเพียงเปลี่ยน 'โฉม' มันเท่านั้น

พูดได้ดีครับopen-mounthed smile