The Dark Knight คือรัตติกาลที่มืดที่สุดของ Batman
posted on 18 Jul 2008 00:26 by whitewizard in Movieมันคือค่ำคืนที่มืดที่สุดสำหรับ Gotham
มืดด้วยความเลวร้าย มืดด้วยความสิ้นหวัง มืดด้วยแฝงนัยลึกลับแห่งอาชญากร
ค่ำคืนนี้เราจึงจำต้องมี อัศวิน
และอัศวินคนนี้จำเป็นต้องมี Nolan
ก่อนที่ผมจักตัดสินใจเข้าไปยล อัศวินรัตติกาล ก็เตรียมใจแล้วว่า คงจักต้องเตรียมรับมือกับการเล่าเรื่องในแบบ Nolan ซึ่งทุกช่วงตอนนั้นสำคัญมาก หากหลุดเพียงน้อยคุณก็จักหลงประเด็นและตามกระแสมันยาก ซึ่งผมได้รับบทเรียนมาแล้วในภาค Begin อีกทั้งนี่คือเรื่องราวอาชญากรรมที่มีความซับซ้อนและวิธีการสืบค้นยากต่อการเข้าใจของตำรวจฝั่งนั้น ทำให้ต้องตั้งสมาธิพอสมควร และมันก็จริงอย่างที่ว่า เริ่มตั้งแต่เปิดฉากไปเรื่อยๆ คนดูจักต้องตั้งสติและตามเนื้อเรื่องให้ติด Nolan ไม่ชอบเล่าเรื่องผ่านหนังของเขาฝ่ายเดียว แต่คนดูจักต้องพินิจและคิดตาม ปรัชญา ข้อคิด วิธีการ ที่ตัวละครจักยิงใส่คุณมาโดยมิขาด ซึ่งนี่จักทำให้เราเข้าใจในความคิดของแต่ละตัวละครมากขึ้น รู้ถึงแก่นความคิดหลัก อันนำไปสู่บทพิสูจน์แห่งศีลธรรมตอนช่วงท้ายเรื่อง
Gotham มีผู้สยายปีกแห่งยุติธรรมยามราตรี Batman แล้ว ยามเช้าก็เพิ่งจักมีอัยการคนใหม่ ฮาร์วี่ เดนท์ คอยจัดการเหล่าอาชญากรอย่างรุนแรง ทุกๆอย่างกำลังจักดีขึ้น แต่แล้วการปรากฏตัวของ Joker ก็ทำให้ทั้ง Batman และ ฮาร์วี่ รู้ว่า พวกเขากำลังเจอตลกร้ายที่ชอบเล่นมุขด้วยการระเบิด การสังหาร เพื่อพยายามใส่ร้ายและกระชากหน้ากากอัศวินรัตติกาลออก แต่ที่น่ากลัวที่สุดก็คือ ไอตัวตลกตัวนี้มันไม่ต้องการค่าจ้างเป็น 'เงิน'
ความวิปริตและอัจฉริยะของ Joker คือคุณสมบัติอันน่ากลัวที่สุดแห่งอาชญากร สิ่งหนึ่งก็คือมันไม่มีจุดหมาย Joker เป็นสิ่งที่เดามิได้ ดังนั้นการจักพิชิตมันได้แทบไม่มี แต่ถึงจักจับมันได้ Joker ก็เสมือนคนสิ้นเนื้อประดาตัวที่ละแล้วทุกสิ่ง นอกจากปรารถนาความฉริบหายวายป่วงอันเป็นอาหารหล่อเลี้ยงใจของมันแทน มันแทบมิมีอันใดต้องเสีย มันปฏิบัติงานด้วยความครื้นเครง และ มันอารมณ์ดีทั้งยังต้องการปัน 'รอยยิ้ม' ไปให้ทุกๆคนที่มันต้องการ Joker ตั้งโจทย์ให้ Batman และ ฮาร์วี่ ว่า เมืองนี้คือความสิ้นหวัง แล้วคุณความดีที่กระทำนั้น ผลที่ได้รับตอบแทนคือสิ่งใด? เขาพยายามสร้างความน่าสมเพชให้เมืองนี้และป้ายความผิดหรือตราบาปให้ผู้พิทักษ์ทั้ง ๒
Batman ก็หนีไม่พ้นแนวความคิดของ Super Hero ฝั่งตะวันตก คือเป็นวีรบุรษในคราบผู้ร้าย เพียงแต่ในภาคที่แล้วอาจยังไม่จริงจังเท่าไร มาในภาคนี้ เราจักเห็นในอีกมิติหนึ่งที่ Batman พยายามจักละทิ้งดาบแห่งยุติธรรมของเขาเพื่อคนที่เขารัก แต่ในที่สุด Gotham ก็ไม่มีวันที่จักขาด Batman ได้
ฮาร์วี่ หรือผู้ที่พ่ายแพ้ในลมปาก Joker ซึ่งใช้โจทย์ที่ว่า ทำดีแล้วได้อันใด? นอกจากความรวดร้าวที่สูญเสียคนรัก ทำให้ฮาร์วี่กลายเป็นด้านมืดอันเลวทราม ตรงนี้ผมต้องขอชมสัญลักษณ์ของตัวละครตัวนี้ คือ เหรียญ ที่ใช้โยนสร้างโชค ซึ่งฮาร์วี่มักกล่าวเสมอว่าเขาสร้างโชคด้วยตัวเขาเอง (ซึ่งเหรียญทั้ง ๒ มีหน้าเหมือนกัน) แต่เมื่อพ่ายแพ้ให้กับโจทย์ของ Joker แล้ว เหรียญ นั่นก็มี เงื่อนไข ขึ้น มีคราบแห่งอธรรมเกิดขึ้นเหมือนที่ร่างเขากลายเป็นปีศาจไปครึ่งหนึ่ง มันไม่ใช่เหรียญนำโชคอีกแล้ว แต่กลายเป็นเหรียญที่ใช้ตัดสินชีวิตคนแทนด้วยความเชื่อที่ว่านี่คือการตัดสินที่เท่าเทียมที่สุด
ทั้งเรื่องเราจักมิพบรอยความสิ้นหวังหรือหม่นหมองของ Joker เลย ยกเว้นตอนเดียวที่ผมถือว่าเป็นฉากที่ประทับใจที่สุดในเรื่อง คือตอนที่ Joker ทดสอบศีลธรรมของคนในเมืองบนเรือสองลำ ซึ่ง Joker วางระเบิดไว้ในเรือทั้งสองลำ แต่ Remote กดระเบิดจักสลับกันให้เรือแต่ละลำได้ตัดสินใจเองว่าจักกดเพื่อระเบิดเรืออีกลำไหม เพราะหากไม่กด Joker จักระเบิดเรือทั้ง ๒ ทิ้งเองตอนเที่ยงคืน ซึ่งส่วนนี้หนังได้ให้ความหวังแก่มวลมนุษย์ไว้ในประโยคพูดของผู้โดยสารเรือคนหนึ่งที่ว่า 'ที่เรายังยืนอยู่มาได้ถึงตอนนี้ ก็เพราะคนในเรืออีกลำยังไม่กดระเบิด' และการกระทำของนักโทษที่โยนรีโมตระเบิดออกจากหน้าต่าง สุดท้ายต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกดระเบิดเรืออีกลำ
นั่นคือ คนที่พิชิต Joker ได้ที่แท้จริงมิใช่ Batman หรือ ฮาร์วี่ แต่คือความดีงามแห่งเหล่ามวลชนต่างหากที่สร้างรอย ฉงน ขึ้นบนใบหน้าเจ้าตัวตลกได้
และผู้ที่พ่ายแพ้ต่อ Joker ก็คือวีรบุรุษที่ตายไปแล้วทั้ง ๒ หนึ่งตายจากโลกนี้ อีกหนึ่งตายจากความไว้เนื้อเชื่อใจจากมวลชน กลายเป็นไอ้โม่งที่ต้องถูกไล่ล่า และรัตติกาลจักคือตราบาปแห่ง อัศวิน ซึ่งตัดสินใจที่จักกุมดาบแห่งความยุติธรรมต่อไป.
ปล.นางเอกหน้าเหี่ยวจริงเค่อะ
edit @ 18 Jul 2008 00:47:10 by พ่อมดขาว
edit @ 18 Jul 2008 00:47:49 by พ่อมดขาว
edit @ 18 Jul 2008 01:00:04 by พ่อมดขาว